เป็นป่ะๆ ??

posted on 01 Dec 2011 15:24 by panarazz
เวลาเราคิดถึงใครมากๆ   เรามักจะไม่ได้เจอเค้าคนนั้นเลย
....

The Excision..

posted on 09 Nov 2011 20:14 by panarazz
วู้วๆ สวัสดีครับ..
 
(ในที่สุดก็ได้อัพซะที~)
 
 
จากหัวเรื่องเอนทรี่นี้
คือคำว่า excision 
เมื่อไม่นานมานี้ (วันที่อัพเอนทรี่นี้นั่นแหละ)
พนาไปทำ excision มาครับ....
 
คำอ่านง่าย ที่ไม่คุ้นหูคำนี้แปลได้ตรงๆว่า..
การตัดออก,การตัดทิ้ง,การตัดตอน,การขับไล่ หรืออะไรเทือกๆนี้ครับ
 
เอิ่ม..แต่ก่อนอื่น...
.......................
ไม่ได้ไปแปลงเพศนะโว๊ยยยยยยยย
 
คือตรงสะบักหลังซ้าย(เค้าเรียกงี้ป่ะ??) คือกระดูกส่วนต้นแขนที่มันนูนๆข้างหลังเราอ่ะคับ
(เกทใช่ป่ะ?? ถ้ายังไม่เกทเอาเป็นว่าข้างหลังค่อนบนซ้าย...เออ งงละ...นั่นแหละ)
 
...
คือตรงบริเวณ ณ จุดตำแหน่งพื้นที่ที่ว่านั่น....
มันมีก้อนอะไรบางอย่างนูนขึ้นมาครับ
 
เรียกเล่นๆว่า seed (ถ้าศัพท์เฉพาะแพทย์จะยาวกว่านี้..ช่างเหอะเนาะ)
เรียกแบบทางการว่า ก้อนเนื้อ
เรียกแบบตื่นตูมโอเว่อร์หวือหวาว่า เนื้อร้าย...
 
ไอ้ก้อนอะไรที่ว่านี่ขนาดประมาณหัวแม่มือครับ
(ไม่ต้องอธิบายศัพท์ หัวแม่มือใช่มั้ย โอเค ต่อ..)
 
และมันอยู่ของมันตรงนั้นมานานพอสมควร และไม่รู้ด้วยว่ามันมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่..
ด้วยความรู้สึก และการคาดคะเนสำรวจด้วยสายตาจากนายเสนาะ และนางชวนพิศ 
ซึ่งรู้สึกว่าันมีขนาดใหญ่ขึ้น..และคงไม่ใช่ปีกงอกแน่นอน เพราะมีข้างเดียวคงบินลำบาก..
ทั้งสองท่านลงความเห็น มติเอกฉันว่า "เอาออกนะลูก"
 
สบโอกาส เวลาว่างพอดี เลยจัดการไปโรงพยาบาลซะ..
 
สมัยเด็ก พนาขี้โรคมากครับ(อืม..แต่มืงโตขึ้น มืงก็สมบุรณ์ไปะ)
ไปอยู่ รพ. ทีเป็นเดือนๆ 
 
แต่พอโตขึ้น..เราสองต่างก็ค่อยๆห่างกันครับ...
 
และมาทุกวันนี้ พนาก็ไม่ค่อยคุ้นชินกับสถานที่ประมานนี้มากนัก
และก็ไม่ค่อยจะอยากไปซักเท่าไหร่
(ใครจะอยากไปล่ะ ...โอ้ย ป่วยๆๆๆ เย้ๆๆๆ ลั้นลา ได้ไปหาหมอแระ~)
 
ผมว่าโรงพยาบาลมีความจริงแห่งโลกอยู่หลายอย่างครับ
1.ทุกคนไปโรงพยาบาล เพื่อไปหาหมอครับ (แล้วไม่เรียกว่า โรงหมอ...)
2.พยาบาลจะสวยมากๆ เวลาใส่mass
3.แต่ไม่ว่าพยาบาลที่ใส่mass จะสวยและใจดีแค่ไหน ก็จะดูใจร้าย โหดเหี้ยม อำมหิตมากๆ สำหรับเด็กๆ...
4.หมอฟัน..ยังคงเป็นที่น่าหวาดเสียวสำหรับคนทุกวัย(เอ๊ะ..รึมีกูว์คนเดียว..)
5.คนส่วนมากเกิดที่โรงพยาบาล และมักอยากตายที่บ้าน โดยมักพูดว่า เกิดที่นี่ ก็อยากตายที่นี่...
 
อืม ประมานนั้นแหละ เข้าเรื่องกันต่อ..(อืม..อ้อมไปไกลพอควร)
 
ก็ไปตรวจครับ ได้หมอชื่อ นพ.วิญญูครับ (ไม่ใช่นามสมมุตินะครับ...)
ซึ่งในที่นี้ พนาขอเรียกท่านว่า หมอ จอนวิญญูละกัน
คุณหมอไม่ได้หน้าเหมือนพี่จอห์นวิญญูแต่อย่างใด ...
เพราะคุณหมอเค้าไว้จอนงามมากครับ ดกดำ เด่นชัด เท่ห์มาก
 
และคุณหมอเป็นคนสุขุม นุ่มลึก พูดน้อย และเบามากๆครับ..
 
ซึ่งคุณหมอก็วินิจฉัยโรคออกมาเป็นศัพท์แพทย์ก่อน
และบอกพนามาว่า ต้องนัด excision นะครับ
 
ก่อนที่คำว่า "ห๊ะ!?!?" จะออกปากพนาไปนั้น
หมอจอนก็พูดต่อว่า นัดผ่าตัดนั่นแหละครับ.....
 
ในใจแอบสงสัยว่าทำไมไม่เป็น operate พวกนั้น
จิงๆแล้วก็แอบๆรู้มาก่อนแล้วว่า ผ่าseedลักษณะนี้ เค้าไม่ถึงกับวางยาสลบ
อาจจะแค่ยาชา..แต่ก็แล้วแต่กรณี(เรียกให้แนวว่า เคส)ไป
 
แต่เอาเถอะ..คำว่าตัด กับ ผ่า มันก็ใช้มืดเหมือนกันแหละ.......
แล้วก็ได้วันนัดมา...
 
ก่อนวันนัด พนาถามญาติที่ทำงานที่ รพ. แล้วครับว่า ขอสลบได้มั้ย
เพราะส่วนตัว พนาเป็นพวกบ้าจี้ ขี้เสียวครับ
คือไม่อยากมารับรู้อ่ะ ว่า เอามีดกรีดแล้วนะ ตัดนะ เฉือนนะ เฉาะนะ เย็บละนะ เย้ๆ
อยากสลบ แล้วตื่นขึ้นมาก็เสร็จเลย
ประมาณว่า เจ็บไม่กลัว กลัวเสียว~
 
ก็ได้คำตอบมาว่า ตัวขนาดนี้ เค้าไม่ให้สลบหรอก เพราะต้องใช้ยาเยอะ และสลบยาก
 
....จะลดน้ำหนักก็ไม่ทันสินะ...
ก็เลยปลงตกตั้งแต่วันนั้นครับ..
 
โดยจำคำปลอบจากคุณลุงไว้ว่า "มันก็เหมือนบีบสิวแหละว๊าาา"
ครับ สิวหัวช้างทั้วทุ่งหญ้าสะวันนามารวมกันสิครับ..
 
ถึงวันนัด(เล่าเร็วจัง..)
ก็เอาใบนัดไปยื่นครับ พอดีว่าที่ รพ. พนาก็มีญาติอีกคนทำงานที่แผนกนั้นด้วย
เลยถือโอกาสถามไปว่า ไอ่ excision เนี่ย มันทำยังไง
 
ก็ได้รับคำอธิบายมาว่า
ก็ฉีดยาชา แล้วก็ผ่า เลาะก้อนนั้นออก และก็เย็บๆ เสร็จ!!
 
อืม..รวบรัดมากครับ นี่มันผ่าตัด รึเบ่งขี้ครับเนี่ย..
 
พอถึงคิว วันนี้หมอจอนวิญญูติดผ่าอยู่ห้องผ่าใหญ่ครับ..เลยให้หมออีกคนทำแทน
พี่หมอคนนี้เป้นหมอหนุ่มใหม่ ไฟแรง...เอ๊ะ ใหม่!!!
และดูๆแล้วน่าจะมีประสบการมาเยอะแล้ว แค่เพิ่งมาอยู่ที่ รพ. ได้ไม่กี่ปีเฉยๆ
โอเค โล่งอก....
 
ห้องผ่าเป็นห้องผ่าเล็กครับ มีเตียงคล้ายๆเตียงทำฟันสองเตียง
อากาศเย็นๆ สว่างพอได้อารม
ระหว่างที่นอน(คว่ำ) รอ พนาก็ชวนคุณหมอหนุ่มเด็กแนว คุยไปแก้เครียดครับ
เลยถามหมอไปว่าจะทำอะไรกับผมบ้าง
 
ซึ่งคำตอบที่ได้คือ
ก็ฉีดยาชา แล้วก็ผ่า เลาะก้อนนั้นออก และก็เย็บๆ ก็เสร็จ กลับบ้านได้เลยครับ
 
อืม..เค้าให้ทุกคนที่นี่ท่องกันเหรอครับ ตอบเป๊ะมาก...
สิ้นคำตอบ ต่อด้วยเสียงรถเข้นอุปกรณ์เข้าห้องมา...
 
อุณหภูมิในห้องลดลงเป็นขั้วโลกทันทีครับตอนนั้น
ใจเต้นเป้นจังหวะอิเล็คโทรเฮ๊าส์รีมิกซ์กันเลยทีเดียวครับ
 
ซักครู่ก็เป็นการฉีดยา
หรือสิ่งที่เรียกกันตามประสาคุณหมอคลาสสิดว่า มดกัด...
มดทั่วอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่รวมพลังกันสินะ..
 
การผ่า..ไม่ใช่สิ การทำ excision เป็นไปได้ด้วยดีครับ
ก้อน seed อยู่ลึกมาก กรีดเข้าไปจนยาชาหมดครับ ><
เป็นการเจ็บครั้งที่จี้ดที่สุด
(ถ้าอยากรับรู้ ลองเอามืดกรีดเปิดแผ่นหนังตัวเองก่อนนะครับ ...
แล้วเอาค่อยกรีดเนื้อดู เจ็บประมานตอนกรีดเนื้อนั่นแหละ)
 
เลยมอบคำแสดงความจริงใจให้คุณหมอเด็กแนวฟังไป
"โอ๊ย เฮี่ย! เจ็บบ..~ ไม่ไหวครับหมอ"
 
พี่หมอเด็กแนว เลยหยุด และฉีดยาชาเพิ่มอีก...
 
การผ่าเสร็จลง โดยพบว่าก้อนseedนั้น ข้างในเป็นน้ำ และถุงนั้นเป้นไขมัน
และน้ำในก้อนseedนั้น ก็ได้แตกเลอะหน้าผาก แว่นตา และเสื้อของพี่หมอเด็กแนวไป
(อี๋~)
และการผ่านี้ก็ยังไปสะกิดเส้นเลือดแตกด้วยครับ แต่ไม่กลัวครับ พี่หมอเอาอยู่...
และยาชาหมดไปสามรอบครับ(รอบหลังคุมสติได้ เลยไม่ได้ปล่อยห่านปล่อยหงใส่พี่หมออีก...)
 
เย็บเสร็จ ออกห้องผ่ามาพร้อมกันเหน็บควาย ที่แดกมือทั้งสองข้าง ชาไปหมด
 
อ้อ..ลืมบอกครับ นายเสนาะ กับนางชวนพิศ มาให้กำลังใจด้วยทั้งคู่ครับ
นายเสนาะเดินไปรับยาให้เพราะกลัวลูกชายจะเดินไม่ไหว
(อืม..ผ่าที่สะบักแขน กลัวลูกเดินไม่ได้.....)
และมาค้นพบอีกว่า พ่อแม่ไม่ใช้งานพนาเลยครับ ฮี่ๆๆๆ~
 
 
แล้วก็กลับบ้าน มานั่งปั่นเอนทรี่เล่าให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาหลงนั่งอ่านอยู่นี่...หิๆ
 
กว่าจะกลับถึงบ้าน พนาแทบตายครับ.....ปวดขี้ อั้นแทบไม่อยู่แน่ะ....ถึงบ้านเกือบไม่ทัน~~
 
หิๆ ตอนนี้ก็โอดครวญ ปวดแผลครับ
และก็ปวดหัวกับการคิดค้นท่านอนอยู่ครับ 
ไว้จะมาเล่าอะไรบ้าๆให้อ่านกันอีกนะ 
คิดถึงทุกคน ฉุบุๆ

ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ..

posted on 07 Nov 2011 20:57 by panarazz
เมื่อไหร่..กูว์จะอัพบล็อกวะ??
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.คำตอบดูที่หัวเรื่องครับ~

น้ำท่วม

posted on 11 Oct 2011 20:44 by panarazz
สู้ๆ นะครับ..
 
 
 

ย้ายยยยย

posted on 10 Oct 2011 15:00 by panarazz
สวัสดีนะพี่น้องพ้องเพื่อน..
 
นานแล้วไม่ได้อัพเดทความเคลื่อนไหวของชีวิต 
5555555
 
ตอนนี้พนาสอบติดกรมอุตุฯนะครับ
 
และคงย้ายที่เรียนมาเรียนที่นั่นปีนึงแล้วทำงานเลย
 
ใจจริง ก็แอบอยากเรียนที่เดิมนิดนึงนะครับ..
แต่สงสารนายเสนาะ(ซึ่งตอนนี้นั่งเปิดเกะร้อง สบายอารมอยู่ในบ้าน)
กับนางชวนพิศ(ที่ตอนนี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำกับข้าวอยู่ในครัว)
 
"ดีใจเว่อร์..."
 
นั่นแหละครับ อยากให้พ่อแม่หมดห่วง
เลยตัดสินใจ ว่าจะบรรจุ ทำงานก่อน แล้วค่อยเรียนต่อละกัน
 
ส่วนเรื่องที่เรียนที่เดิม ก็คงต้องหยุดครับ เพราะคงกลับมาเรียนไม่ได้
ถ้าเรียนควบ คงเหนื่อยปวดตับตายพอดี ....
 
ถึงเพื่อนๆ ที่รักและเคารพ นั้น
 
เป็นเพื่อนกัน จะอยู่ที่ไหน ก็ยังเป็นเพื่อนกันครับ กูว์สัญญา
(โหววว หล่ออ่ะ..)
 
 
อีกอย่างเรียนที่กรมอุตุ พนาอายุน้อยสุดเลยครับ(เค้ารับอายุ 18-25)
คือกูว์จะเรียกคัยว่าเพื่อนได้มั่งเนี่ย
คงไปมาหาสู่บางแสนแหละครับ ถ้าไม่รู้จะไปไหน....
 
 
ส่วนช่วงนี้ก็ต้องวุ่นวายก่ายอ้อย กับการหาหอพัก รายงานตัว ย้ายโน่นนี่นั่น บลาๆๆๆๆๆ
ไว้จะมาบ่นให้ฟังเป็นระยะๆนะตัวเธอว์

คล้ายๆ

posted on 08 Oct 2011 22:13 by panarazz
สวัสดีครับทุกคนนนนน....
 
ตอนนี้เวลาประมาณ สี่ทุ่มกว่าๆ ของวันที่ 8 ตุลาคม 54 ครับ
อาจเป็นเวลาที่ดูธรรมดาๆนะ สำหรับหลายๆคน..
 
แต่สำหรับพนา อีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึง ... มันคือโคตรวันสำคัญ ที่ปีนึงมีครั้งเดียวเท่านั้น...
 
(อ่านตรงนี้ กูว์ว่าชาวบ้านเค้ารู้แล้วแหละ ว่าวันเกิด)
 
....................
 
เออ นั่นแหละ พนาเกิดวันที่ 9 ตุลา(ปีอะไรไปนับกันเอาเอง)ครับ....
 
ยังไม่ได้วางแผนทำบุญ เที่ยว เลี้ยง อะไรยังไงเลยอ่ะ.
 
คือตอนนี้นั่นตุ้ย เขียนบล็อกให้ไอ้บ้านที่ไหนไม่รู้อ่านอยู่อ่ะ..
 
(โดนไป หนึ่งดอก) ...
 
 
คิคิ ล้อเล่นนะตัวเธอว์
ต่อ..
 
ปีนี้พนาจะอายุ 19 ปีครับ
เหลืออีกแค่ปีเดียวที่เรียกแบบหรูๆว่า "บรรลุนิติภาวะ"
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยก็ "เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า ผู้ใหญ่ เต็มๆแล้ว"
หรือถ้าอมควายไว้ เลยยังไม่เข้าใจก็
 
คือกูว์ เข้าผับ ซื้อเหล้า เสนอความเห็น ดูหนังผู้ใหญ่ และ เอ่ออ..พวกนั้นแหละ
(แต่ละอย่าง..ตัวตนมันทั้งนั้น..)
 
 
และไม่นาน คำที่ใช้เรียกคนในวัยพนาว่า วัยรุ่น ก็จะค่อยๆเบาหูไปเรื่อยๆ
เป็นปีสุดท้าย ที่พนาจะได้ใช้คำว่า "วัยรุ่น" "วัยเด็ก" แบบไม่โดนเพื่อนสุดเลิฟโห่....
ปีหน้า ก็คง(ต้อง)เริ่มชินกับคำว่า"มันโตแล้ว" "มันแก่แล้ว" ....
 
 
 
สำหรับพนา..
 
 
เป็น 19 ปีที่โคตรมีค่าสำหรับกูว์เลยครับ...
 
ขอบคุณ นายเสนาะ และนางชวนพิศ พ่อและแม่ที่เคารพรัก ที่ชาตินี้ ก็หาใครมาแทนทั้งสองท่านไม่ได้
ขอบคุณที่เลี้ยงเด็กคนนึง ให้โตมาได้จนถึงทุกวันนี้ (แม้มันจะบ้าๆบอ ไม่ค่อยเต็มก็ตาม).. 
 
ขอบคุณ พี่เก๋ พี่สาวสุดรัก ที่ช่วยนายเสนาะ และนางชวนพิศ เลี้ยงดูพนามาเช่นกัน..
 
ขอบคุณ คุณครูที่ รร.บ้านท่าวังผา จ.น่าน ที่สอนผมจนจบ ป.6 และให้เกรดสุดงาม มาสอบเข้ามัธยมดีๆได้
 
ขอบคุณ ครูสามารถ และครูอุทัย ที่ทำให้พนารู้ว่าตัวเองรักในเสียงดนตรีมากขนาดไหน
 
ขอบคุณ นายเสนาะ และนางชวนพิศ อีกครั้ง ที่มีนโยบายอยากให้พนาเข้าเรียนโรงเรียนประจำ..
และทำให้ชีวิตเด็กธรรมดาๆคนนึง ได้พบเจอกับเรื่องราว และสิ่งต่างๆ ที่ชีวิตนี้คงหาไม่ได้จากที่อื่นอีกแล้ว
 
ขอบคุณ เพื่อนๆ ม.3 ห้อง 4 "1234 PHO ARMY" ทุกคน ที่ดูแลไม่ให้พนามันบ้าจนเกินวัยม.ต้นไป
และเรื่องราวต่างๆ มิตรภาพที่หาจากที่ไหนไม่ได้ รักและคิดถึงทุกๆคน
 
ขอบคุณ ครูวราวุธ สวดยวดแห่งครูดนตรี ที่ทำให้ชีวิตเด็กนักเรียนของผม สนุก และมีสีสันสุดๆ
 
ขอบคุณ THE ASPIRIN วงดนตรีวงแรกของชีวิต ที่แม้ชื่อวงจะไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วนตอนตั้ง แต่ก็เป้นชื่อที่ผ่านอะไรมามากมาย พวกมึง ทำให้กูว์รู้ว่าชีวิตนี้ นอกจากหายใจ สิ่งหนึ่งที่กูว์จะไม่เคยคิดจะเลิกทำคือ เล่นดนตรี
 
ขอบคุณ เพื่อนๆ ม.6 ห้อง 3 "603 WE ARE ROCK" ทุกคน ที่เติมเต็มชีวิต"มัธยม" ให้มีค่ามากที่สุด
รักและคิดถึงพวกมืงทุกคน
 
ขอบคุณ เพื่อนๆ รุ่น 15 บรรเจิด  ทุกๆคน ที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาหกปี และชีวิตนี้ คงไม่ลืมสิ่งต่างๆที่ได้จากเพื่อนๆทุกคนมาตลอด
 
ขอบคุณ คุณครู จภ.ชร. ทุกท่าน ที่สอนเด็กไม่เต็มบาทคนนึง ให้มีวิชาความรู้ (แม้มันจะทิ้งความรู้ไว้ให้น้องที่โรงเรียนหมด)

ขอบคุณ ใครอีกหลายๆคน ที่พนาไม่ได้กล่าวถึง ไม่ต้องน้อยใจ เค้าลืม งุงิ เค้าขอโตดด .. ที่ทำให้ชีวิตวัยเด็กนักเรียนมัธยม ของนายพนาคนนี้ เจอกับอะไรๆ ที่ "เหยดดดดดดดด" มากๆ

ขอบคุณ นายเสนาะ และนางชวนพิศ ที่เข้าใจ และให้พนาเข้าเรียนเอกภาษาอังกฤษ ที่ม.แห่งหนึ่ง ใกล้ห้างแหลมทองบางแสน ...(คือถ้าเดาไม่ถูกนี่ เอาลูกควายไปอมเล่นเถอะ)

ขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ เอก ENG ทุกคน สำหรับมิตรภาพ และประสบการณ์สุดยอดครั้งหนึ่งของชีวิต

ขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว HU-SO ทุกคนกับชีวิตเฟรชชี่ ที่แสนพิเศษนี้

ขอบคุณ พี่เชียร์ แสตนเชียร์ ฝ่ายเชียร์คณะมนุษยฯ ทุกคน สำหรับประสบการณ์สุดจี้ดวี้ดบึ้มมากๆ

ขอบคุณทุกๆคน ขอบคุณคนที่พนาอาจที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่ทำให้ชีวิตนี้มีเรื่องราว มีค่าขึ้นเย๊อะะะะ

ขอบคุณช่วงเวลาต่างๆ เรื่องราว เหตการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาตลอด 19 ปีนี้ อาจปวดตับ เหนื่อยเมื่อยตุ้ยบ้าง มีความสุข สนุกบ้าง เศร้า ร้องไห้ เสียใจบ้าง ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ
 

................
 

ไม่รู้ว่าปีหน้านี้ จะเป็นยังไงบ้าง...
รู้แค่ว่า ปีที่ผ่านๆมา ... "คุ้มค่า" ที่สุด
 
 

Happy Birthday To .. me ..
 
 
 
 
 

ปล.เขียนไปได้งัยวะ แล้วนั่นกูว์เขียนอะไรไปวะ......
ปล2.ที่คิดๆร่างๆเอาไว้ ซึ้งกว่านี้แปดเท่าครับ...ฮิๆ
ปล3.เขียนเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกแปลกๆไงไม่รู้อ่ะ...
 
 

Categories